ข้ามไปเนื้อหาหลัก
อัญชนชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
545

อัญชนชาดก

Buddha24มหานิบาต
ฟังเนื้อหา

อัญชนชาดก

เนื้อเรื่องฉบับเต็ม

ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีพระเจ้ามคธราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรมอย่างสม่ำเสมอ ทรงมีพระมเหสีผู้ทรงพระสิริโฉม พระนามว่า พระนางอัญชนี ทรงเป็นที่รักยิ่งของพระสวามี และทรงมีพระราชโอรสแต่เพียงพระองค์เดียว คือ เจ้าชายปัญจาละ

วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้ามคธราชทรงมีพระราชดำริถึงอนาคตของราชอาณาจักร ทรงมีพระทัยห่วงใยในพระราชโอรสผู้ยังทรงพระเยาว์ จึงทรงมีพระราชดำริที่จะเสาะหาข้าราชบริพารผู้ซื่อสัตย์และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มาเป็นผู้ดูแลและสั่งสอนเจ้าชาย เพื่อให้เติบโตขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมและทรงเข้มแข็ง

พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการให้เหล่าเสนาบดีและข้าราชการผู้ใหญ่ เข้าเฝ้า ณ ท้องพระโรง เพื่อปรึกษาหารือ ท่ามกลางข้าราชบริพารที่ล้วนแต่มีความภักดีต่อราชบัลลังก์ ก็มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า "ปุโรหิตาจารย์" ซึ่งเป็นที่ปรึกษาคู่พระทัยของพระองค์มายาวนาน เขามีสติปัญญาเฉียบแหลม มีความรอบรู้ในสรรพวิชา และที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด คือ มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อย่างหาที่เปรียบมิได้

พระเจ้ามคธราชตรัสแก่ปุโรหิตาจารย์ว่า "ท่านปุโรหิตผู้เจริญ เรามีความประสงค์จะฝากฝังการอบรมสั่งสอนเจ้าชายปัญจาละไว้กับท่าน ท่านผู้เดียวเท่านั้นที่จะสามารถหล่อหลอมให้เจ้าชายทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งในด้านการปกครอง การรบ และที่สำคัญที่สุด คือ การทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรม"

ปุโรหิตาจารย์หมอบกราบแทบพระบาท แล้วทูลรับพระราชภาระอันใหญ่หลวงนั้นด้วยความเต็มใจยิ่ง "ข้าแต่มหาราชเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ข้าพระองค์จะน้อมรับพระราชภาระนี้ด้วยชีวิต เพื่อเกียรติยศและอนาคตแห่งราชอาณาจักร"

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ปุโรหิตาจารย์ก็ได้เริ่มอบรมสั่งสอนเจ้าชายปัญจาละอย่างใกล้ชิด พระองค์ทรงสอนให้เจ้าชายทรงรู้จักการใช้ดาบ การขี่ม้า การบริหารบ้านเมือง รวมถึงการอ่านเขียน และตำราพิชัยสงครามต่างๆ ทว่าสิ่งที่ทรงเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือ การสอนให้เจ้าชายทรงรู้จักบาปบุญคุณโทษ การเมตตากรุณา การรู้จักให้อภัย และการไม่เบียดเบียนผู้อื่น

เจ้าชายปัญจาละทรงเป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และมีความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงซึมซับคำสอนของปุโรหิตาจารย์ได้อย่างรวดเร็ว และทรงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งทรงเจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่มแน่น พระสติปัญญาและพระปฏิภาณก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นเงาตามตัว

อีกด้านหนึ่ง ในป่าลึกแห่งหนึ่ง ณ ชายแดนของแคว้นมคธ มีนายพรานผู้หนึ่งนามว่า "กัณหา" เป็นนายพรานที่ชำนาญการล่าสัตว์เป็นยิ่งนัก เขามีความสามารถในการแกะรอยสัตว์ป่าได้อย่างแม่นยำ และใช้ธนูได้อย่างแม่นยำจนเป็นที่เลื่องลือ แต่ทว่า จิตใจของเขากลับเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม และเห็นแก่ตัว เขาไม่เคยนึกถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น และมักจะใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ไม่สุงสิงกับผู้ใด

กาลเวลาผันผ่านไป พระเจ้ามคธราชทรงประชวรหนัก และใกล้จะสวรรคต พระองค์ทรงมีพระราชดำริถึงอนาคตของราชอาณาจักรอีกครั้ง ทรงเรียกประชุมเหล่าเสนาบดี และมีพระราชดำรัสว่า "บัดนี้ เราใกล้จะถึงกาลอันควรจะละจากโลกนี้ไปแล้ว การสืบทอดราชสมบัติเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เรามีความเชื่อมั่นในพระปัญญาบารมีของเจ้าชายปัญจาละ แต่เราก็ยังห่วงใยในความซื่อสัตย์ของเหล่าข้าราชการทั้งหลาย"

ทันใดนั้น ปุโรหิตาจารย์ก็กราบทูลว่า "มหาราชเจ้า หากพระองค์ทรงห่วงใยในเรื่องความซื่อสัตย์ ข้าพระองค์ขอทูลเสนออุบายอันแยบยล ที่จะทดสอบจิตใจของเหล่าข้าราชการและประชาชนทั้งหลาย"

พระเจ้ามคธราชทรงตรัสว่า "อุบายนั้นเป็นไฉน ท่านจงกล่าวมาเถิด"

ปุโรหิตาจารย์กราบทูลว่า "ข้าแต่มหาราชเจ้า ขอพระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศให้เหล่าประชาชนทั้งหลาย นำเอาสิ่งของอันล้ำค่าที่ตนมี มาประมูลขาย ณ ลานพระราชวัง โดยทรงให้กำหนดราคาเริ่มต้นที่ต่ำมาก แล้วให้เหล่าข้าราชการและผู้มีอันจะกิน นำเงินทองมาประมูลสิ่งของเหล่านั้น หากผู้ใดมีความโลภ อยากได้สิ่งของนั้นมาครอบครอง แม้ราคาจะสูงเพียงใด ก็จะแสดงให้เห็นถึงกิเลสตัณหาที่ยังครอบงำจิตใจอยู่ หากผู้ใดรู้จักประมาณตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และรู้จักให้ทาน จะเห็นได้จากพฤติกรรมของผู้นั้น"

พระเจ้ามคธราชทรงพอพระทัยในอุบายนี้ และมีพระบรมราชโองการให้ประกาศไปทั่วราชอาณาจักร

เมื่อประกาศออกไป เหล่าประชาชนต่างก็ตื่นตัวและนำสิ่งของมีค่าต่างๆ มาวางขาย บางคนนำเพชรนิลจินดา บางคนนำผ้าไหมชั้นดี บางคนนำเครื่องทอง เครื่องเงิน แต่ราคาเริ่มต้นนั้นต่ำจนน่าตกใจ

บรรดาข้าราชการผู้ใหญ่ และเหล่าเศรษฐีทั้งหลาย ต่างก็พากันมาประมูลสิ่งของเหล่านั้น บ้างก็ประมูลด้วยราคาสูงลิบลิ่ว เพียงเพื่อจะได้ครอบครองสิ่งของที่ตนหมายปอง โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมของราคา ทำให้เงินทองจำนวนมากไหลไปสู่มือของประชาชนบางส่วน แต่ก็มีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องทนทุกข์ เพราะเห็นของมีค่าของตนเองถูกผู้อื่นแย่งชิงไปในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

ขณะเดียวกัน ปุโรหิตาจารย์ได้สั่งให้เหล่าทหารของพระองค์ แต่งกายเป็นชาวบ้านธรรมดา และไปสังเกตการณ์พฤติกรรมของผู้คนในงานประมูลนั้นอย่างใกล้ชิด

มีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้ปุโรหิตาจารย์ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง คือ มีหญิงชราผู้หนึ่ง นำเอาดอกไม้อันสวยงาม และมีกลิ่นหอมไปวางขายในราคาที่ต่ำมาก มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ทราบว่าหญิงชราผู้นี้มีฐานะยากจน จึงประมูลดอกไม้นั้นไปในราคาที่สูงกว่าที่หญิงชราตั้งไว้ เพื่อช่วยเหลือหญิงชรา

เมื่อเห็นดังนั้น ปุโรหิตาจารย์ก็มีจิตยินดีเป็นอย่างยิ่ง และได้บันทึกพฤติกรรมของชายหนุ่มผู้นั้นไว้

ในทางกลับกัน ก็มีชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเสนาบดีผู้ใหญ่ ที่ได้ประมูลเอาผอบทองคำอันสวยงามไปในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก เมื่อสอบถามไปทราบว่า ผอบทองคำนั้นเป็นของหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งบิดาของเธอได้เสียชีวิตไปแล้ว และผอบทองคำนั้นเป็นของดูต่างหน้า

ปุโรหิตาจารย์ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ทั้งหมด และได้นำรายงานขึ้นกราบบังคมทูลพระเจ้ามคธราช

พระเจ้ามคธราชทรงมีพระราชดำริว่า "อุบายนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก เราได้เห็นธาตุแท้ของเหล่าข้าราชการและประชาชนทั้งหลายแล้ว"

หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้ามคธราชก็ทรงสวรรคต พระองค์ทรงสละราชสมบัติ และยกราชบัลลังก์ให้แก่เจ้าชายปัญจาละ

เจ้าชายปัญจาละ เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์แห่งแคว้นมคธ พระองค์ทรงมีพระนามว่า "พระเจ้านันทิยราช"

พระเจ้านันทิยราช ทรงมีพระราชดำริว่า "บัดนี้ ข้าพเจ้าได้ครองราชย์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ การปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม และการเลือกสรรข้าราชการผู้ซื่อสัตย์และทรงคุณธรรม"

พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการให้เรียกประชุมเหล่าเสนาบดีและข้าราชการทั้งหลาย

ก่อนที่จะประกาศแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ พระองค์ทรงตรัสว่า "ข้าพเจ้าได้ทราบถึงเรื่องราวการประมูลสิ่งของต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งพระบิดาของข้าพเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ และข้าพเจ้าได้ทราบถึงพฤติกรรมของท่านทั้งหลายเป็นอย่างดี"

พระเจ้านันทิยราชทรงแต่งตั้งชายหนุ่มผู้มีจิตใจดี ที่ประมูลดอกไม้ไปในราคาที่สูงกว่า เพื่อช่วยเหลือหญิงชรา ให้ดำรงตำแหน่ง "มหาดเล็กหลวง"

ส่วนเสนาบดีผู้ใหญ่ ที่ประมูลผอบทองคำไปอย่างไม่เป็นธรรมนั้น พระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการให้ปลดออกจากตำแหน่ง และทรงลงโทษตามสมควร

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงแต่งตั้งปุโรหิตาจารย์ ให้ดำรงตำแหน่ง "พระมหาราชครู" ผู้เป็นที่ปรึกษาที่สำคัญยิ่งของราชสำนัก

ส่วนนายพรานกัณหา ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในงานประมูลนั้นเลย ปุโรหิตาจารย์ได้สืบหาจนทราบว่า นายพรานกัณหา ยังคงใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และยังคงล่าสัตว์เพื่อยังชีพอยู่เสมอ

วันหนึ่ง พระเจ้านันทิยราช มีพระประสงค์จะเสด็จประพาสป่า ทรงมีพระราชดำริที่จะทดสอบความสามารถของนายพรานกัณหา

พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการให้จัดเตรียมการล่าสัตว์ครั้งใหญ่ โดยทรงมอบหมายให้เหล่าทหารออกติดตามรอยสัตว์ป่า และนำพาสู่บริเวณที่นายพรานกัณหาอาศัยอยู่

เมื่อนายพรานกัณหาพบเห็นกลุ่มนายพรานหลวงจำนวนมากที่เข้ามาในเขตป่าของตน เขาก็รู้สึกไม่พอใจ และคิดว่าจะมีคนมาแย่งชิงผลประโยชน์ของตน

นายพรานกัณหา ได้เตรียมธนูคู่ใจ และซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้ เพื่อรอโอกาสยิงใส่เหล่าพรานหลวง

ขณะที่เหล่าพรานหลวงกำลังไล่ต้อนกวางฝูงใหญ่ ทันใดนั้น นายพรานกัณหาก็ยิงธนูออกไปอย่างแม่นยำ แต่ทว่า ลูกธนูนั้นกลับพลาดเป้า และพุ่งไปทางที่พระเจ้านันทิยราชทรงประทับอยู่

เหล่าทหารต่างตกใจสุดขีด และพยายามเข้าปกป้องพระองค์

แต่ด้วยบุญบารมีของพระองค์ และด้วยการระมัดระวังของเหล่าทหาร ลูกธนูได้เฉียดพระวรกายไปเพียงเล็กน้อย

พระเจ้านันทิยราช ทรงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า "นายพรานผู้นี้มีความสามารถในการใช้ธนูสูงส่ง แต่จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวงแหน และไม่รู้จักการแบ่งปัน"

พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการให้จับกุมนายพรานกัณหา

เมื่อนายพรานกัณหาถูกนำตัวมาเฝ้าพระเจ้านันทิยราช พระองค์ทรงตรัสถามว่า "ท่านรู้หรือไม่ว่า การกระทำของท่านนั้นเกือบจะทำให้พระมหากษัตริย์ต้องสวรรคต"

นายพรานกัณหา ก้มหน้ากราบทูลด้วยความสำนึกผิด "ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระองค์ผิดไปแล้ว ข้าพระองค์มีความหวงแหนในอาณาเขตของตนเองมากเกินไป จนมองไม่เห็นสิ่งอื่น"

พระเจ้านันทิยราช ทรงมีพระราชดำริว่า "ท่านมีความสามารถในการล่าสัตว์ แต่ท่านขาดการอบรมสั่งสอนที่ดี เราจะมอบโอกาสให้ท่านได้พิสูจน์ตนเอง"

พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการให้แต่งตั้งนายพรานกัณหา ให้เป็น "หัวหน้าหน่วยสอดแนมชายแดน" โดยมีหน้าที่ในการตรวจตราความปลอดภัยของอาณาเขต และแจ้งข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อราชอาณาจักร

นายพรานกัณหา รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ จึงตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

ภายใต้การปกครองของพระเจ้านันทิยราช แคว้นมคธ ก็มีความสงบสุขร่มเย็น ประชาชนอยู่ดีกินดี มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ปุโรหิตาจารย์ยังคงเป็นที่ปรึกษาคู่พระทัย คอยถวายคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอ

แม้แต่ชายหนุ่มที่เคยเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ก็ได้เติบโตขึ้นเป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่ทรงคุณธรรม และได้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

นายพรานกัณหา ก็ได้พัฒนาจิตใจให้มีความเมตตา และได้ใช้ความสามารถของตนในการปกป้องอาณาประชาราษฎร์

พระเจ้านันทิยราช ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักยิ่งของเหล่าพสกนิกร พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างอันประเสริฐแห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรงปัญญา และทรงคุณธรรม

คติธรรม/ข้อคิด

เรื่อง อัญชนชาดกนี้ สอนให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของการประเมินค่าจิตใจของผู้อื่น ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก หรือทรัพย์สมบัติที่ครอบครอง การทดสอบด้วยอุบายอันชาญฉลาด ทำให้สามารถมองเห็นธาตุแท้ ความโลภ ความเสียสละ และความมีเมตตาของแต่ละบุคคลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า การให้โอกาสและการอบรมสั่งสอน สามารถเปลี่ยนแปลงบุคคลผู้มีข้อบกพร่อง ให้กลายเป็นผู้ที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ การให้อภัยและการให้โอกาสในการแก้ไข เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ที่จะนำพามาซึ่งความสามัคคีและความเจริญรุ่งเรือง

การมีที่ปรึกษาที่ดี มีสติปัญญา และมีความจงรักภักดี เป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการปกครองและการดำเนินชีวิต การเลือกคบคน การให้ความไว้วางใจ และการมองคนให้ถูกคน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จและความสุข

บารมีที่บำเพ็ญ

ในชาดกเรื่องนี้ พระโพธิสัตว์ (ซึ่งประทับในนามของพระเจ้านันทิยราช) ได้ทรงบำเพ็ญบารมีในด้าน ปัญญาบารมี และ อุบายปัญญา ซึ่งแสดงออกผ่านการทรงคิดค้นอุบายอันแยบยลในการทดสอบจิตใจของเหล่าข้าราชการและประชาชน เพื่อคัดสรรผู้ที่มีคุณธรรมมาดำรงตำแหน่งสำคัญ อันเป็นการปกครองที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้และสติปัญญา ไม่ใช่เพียงอำนาจ

— In-Article Ad —

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุมังคลชาดก
267ติกนิบาต

สุมังคลชาดก

สุมังคลชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น 'สุมังคล' พราหมณ์...

💡 การทำบุญที่แท้จริง คือการบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยจิตอันบริสุทธิ์และปัญญา ไม่ใช่เพียงการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ.

มหานารทชาดก
438นวกนิบาต

มหานารทชาดก

มหานารทชาดก ณ ดินแดนอันไกลโพ้น ในสมัยโบราณกาล มีเมืองอันรุ่งเรืองนามว่า เมืองมิถิลา ในเมืองนี้มีกษัต...

💡 การให้ธรรมะเป็นทาน ประเสริฐกว่าการให้ทรัพย์สินใดๆ

มหาวานรชาดก
140เอกนิบาต

มหาวานรชาดก

มหาวานรชาดกในอดีตกาล ณ ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่ซึ่งต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นปกคลุมเป็นผืนป่าเขียวขจี มีฝู...

💡 ความประมาทนำมาซึ่งอันตราย ความกล้าหาญและความเสียสละคือสิ่งที่ประเสริฐ

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรค
32เอกนิบาต

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรค

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรคณ อาณาจักรกาญจนบุรีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าวิเศษชัย กษัตริย์ผู้ทรงม...

💡 ความกล้าหาญและความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ.

สิงคลชาดก
221ทุกนิบาต

สิงคลชาดก

สิงคลชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา พระโพธิสั...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเมตตาต่อสรรพสัตว์และการช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และสามารถช่วยปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงได้ การทำความดีด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่แท้จริง

กุรุธังคชชาดก
241ทุกนิบาต

กุรุธังคชชาดก

กุรุธังคชชาดกนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ ผู้คนอยู่อย่างผาสุก ปราศจากภัยอันตราย...

💡 คุณธรรมและความบริสุทธิ์แห่งจิตใจเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าชาติกำเนิดหรืออำนาจ หากไร้ซึ่งคุณธรรม แม้สิ่งอันควรจะได้มาก็ไม่อาจสำเร็จได้

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว